โรงเรียนบ้านปากสาย

หมู่ที่ 4 บ้านบ้านควนร่อน ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84190

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-380291

บุตรบุญธรรม อธิบายเกี่ยวกับข้อกำหนดต่างๆที่ใช้ในการรับบุตรบุญธรรม

บุตรบุญธรรม ครอบครัวส่วนใหญ่รักลูกมาก เพราะกลัวว่าจะทำร้ายลูกและเลี้ยงดูลูกอย่างระมัดระวัง แต่เด็กบางคนถูกพ่อแม่แท้ๆทอดทิ้ง และกลายเป็นเด็กกำพร้าซึ่งน่าสงสารมาก และเด็กหลายคนที่ไม่มีครอบครัวก็มีความคิด ที่จะรับเลี้ยงเด็ก แต่ไม่รู้ว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขการรับบุตรบุญธรรมหรือไม่ แล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอะไรบ้าง หากต้องการรับบุตรบุญธรรม บรรณาธิการด่วนทางกฎหมายต่อไปนี้ จะแนะนำคุณโดยละเอียดหวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณ

ข้อกำหนดในการรับบุตรบุญธรรมมีอะไรบ้าง ประการที่ 1 ไม่มีบุตร สิ่งที่เรียกว่าไม่มีบุตร หมายความว่าผู้รับบุตรบุญธรรมไม่มีบุตรโดยแท้จริง หรือบุตรบุญธรรมและลูกเลี้ยง ประการที่ 2 มีความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม ความสามารถที่เรียกว่า ความสามารถในการเลี้ยงดู และให้ความรู้แก่ผู้รับบุตรบุญธรรม หมายความว่าผู้รับบุตรบุญธรรมควรมีความสามารถอย่างเต็มที่ ในการประพฤติตัวทางแพ่ง มีความสามารถในการอบรมเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม ในแง่ของร่างกาย

รวมถึงสติปัญญา เศรษฐกิจ ศีลธรรมและการศึกษาของเด็ก และสามารถปฏิบัติหน้าที่ของบิดามารดาได้ ภาระผูกพันต่อบุตร ประการที่ 3 ไม่ทุกข์ทรมานจากโรคที่แพทย์ เชื่อว่าไม่ควรรับบุตรบุญธรรม สิ่งที่เรียกว่าไม่ทุกข์ทรมานจากโรคที่ทางการแพทย์เชื่อว่าไม่ควรรับเด็ก ส่วนใหญ่หมายถึงโรคทางจิตและโรคติดเชื้อ ประการที่ 4 มีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี ที่เรียกว่าอายุ 30 ปีขึ้นไป รวมจำนวนคนที่อายุ 30 ปี สำหรับการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน คู่สมรสทั้ง 2 ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี

บุตรบุญธรรม

ต่อมาขั้นตอนการรับบุตรบุญธรรมคืออะไร ประการที่ 1 หลังจากส่งเอกสารข้างต้น ไปยังหน่วยงานรับจดทะเบียนการรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว ผู้สมัครควรกรอกแบบฟอร์มใบสมัครการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม ตามข้อกำหนดของหน่วยงานรับจดทะเบียนการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมตามความเป็นจริง เนื้อหาของแบบฟอร์มการสมัครประกอบด้วย วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการรับเป็นบุตรบุญธรรม การรับประกันว่าจะไม่ใช้ในทางที่ผิด หรือละทิ้งการรับบุตรบุญธรรม

การเพิ่มการเติบโตอย่างแข็งแรง ของผู้รับบุตรบุญธรรม และเรื่องอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ประการที่ 2 สามีและภริยาของคู่กรณีรับบุตรบุญธรรม ต้องไปที่หน่วยงานรับจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม เพื่อขอหนังสือรับรองการรับบุตรบุญธรรมด้วยตนเอง หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถมาด้วยตนเองได้ ให้ส่งหนังสือรับรองการรับบุตรบุญธรรมออก หากผู้รับบุตรบุญธรรมอายุเกิน 10 ปี เขาต้องแสดงตนด้วยตนเอง เนื่องจากการรับเป็นบุตรบุญธรรมขึ้นอยู่กับความสมัครใจ

ฝ่ายที่รับบุตรบุญธรรมจะต้องไปที่หน่วยงาน รับจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม เพื่อขอใบรับรองการจดทะเบียน การรับบุตรบุญธรรมด้วยตนเอง ประการที่ 3 ใบรับรองและเอกสารรับรอง ที่ผู้รับบุตรบุญธรรมควรจัดเตรียมให้กับหน่วยงานจดทะเบียน การรับบุตรบุญธรรมสำหรับใบรับรองการรับบุตรบุญธรรม บัตรประจำตัวผู้พำนักและใบรับรองการจดทะเบียนในครัวเรือน อายุ การแต่งงาน สมาชิกในครอบครัว การสนับสนุน ความสามารถในการให้การศึกษาแก่ผู้รับบุตรบุญธรรม

ผู้ยื่นคำร้องที่ออกโดยหน่วยงานที่ผู้รับบุตรบุญธรรมอยู่ หรือออกโดยคณะกรรมการชาวบ้าน หรือคณะกรรมการชาวบ้าน และประทับตราด้วยตราอย่างเป็นทางการของตำบล เมือง รัฐบาลของประชาชน หรือสำนักงานตำบลที่ถูกต้องหลักฐาน ขั้นตอนทางกฎหมายสำหรับการยุติความสัมพันธ์ การรับบุตรบุญธรรมคืออะไร ประการที่ 1 การยกเลิกการลงทะเบียน ความสัมพันธ์ในการรับบุตรบุญธรรม จะจัดตั้งขึ้นเมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมลงทะเบียนกับกรมกิจการพลเรือน

รัฐบาลประชาชนที่หรือสูงกว่าระดับเทศ และอาจถูกยกเลิกได้ด้วยการลงทะเบียน กับกรมกิจการพลเรือนของรัฐบาลประชาชน ที่ระดับเขตหรือสูงกว่า เมื่อผู้รับ บุตรบุญธรรม และผู้รับบุตรบุญธรรม เลิกสัมพันธภาพการรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ผู้รับบุตรบุญธรรมและบุคคลที่รับบุตรบุญธรรมตกลง ยุติความสัมพันธ์การรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมอายุเกิน 10 ปี ความเห็นของบุตรบุญธรรมจะต้องหาเด็กด้วย ถ้าบุตรบุญธรรมมีอายุครบกำหนด

ซึ่งจะต้องตกลงกัน โดยทั้งพ่อแม่บุญธรรมและบุตรบุญธรรม หลังจากบรรลุข้อตกลงแล้ว ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องลงทะเบียนกับฝ่ายกิจการพลเรือนของรัฐบาลประชาชนที่ หรือสูงกว่าระดับเขตที่ผู้รับบุตรบุญธรรมตั้งอยู่ และดำเนินพิธีการเพื่อยุติความสัมพันธ์การรับบุตรบุญธรรม ประการที่ 2 พิพากษายก หากฝ่ายรับบุตรบุญธรรม ไม่สามารถตกลงกันได้ก็ฟ้องต่อศาลประชาชนตามกฎหมายได้ ฝ่ายที่ฟ้องอาจเป็นบุตรบุญธรรม บุคคลที่ถูกส่งไปรับบุตรบุญธรรม

ผู้ใหญ่ที่ได้ถูกส่งไปรับบุตรบุญธรรมแล้ว ในความเป็นจริงเป็นเรื่องปกติมากที่การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม จะไม่มีผลทางกฎหมาย ในเวลานี้ฝ่ายต่างๆควรใส่ใจในการจัดการ มิฉะนั้น หากเกิดข้อพิพาทขึ้นในอนาคต อาจไม่รับประกันผลประโยชน์ของตนเอง ควรสังเกตว่าแรงจูงใจของฝ่ายต่างๆ ที่จะยุติความสัมพันธ์การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมต้องเป็นธรรม และต้องไม่มีพฤติการณ์ใดที่จะหลีกเลี่ยง การปฏิบัติตามภาระผูกพัน ในการบำรุงรักษาและการบำรุงรักษา

รวมถึงละเมิดศีลธรรมทางสังคม ข้อมูลข้างต้นเป็นความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับ เงื่อนไขใดบ้างที่ต้องปฏิบัติตาม ในการรับบุตรบุญธรรมและความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่รวบรวมและแนะนำโดยบรรณาธิการ โดยสรุปในการรับบุตรบุญธรรม คุณต้องมีอายุอย่างน้อย 30 ปี มีความสามารถในการเลี้ยงดู และให้การศึกษาแก่ผู้รับบุตรบุญธรรม ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคที่แพทย์เชื่อว่า ไม่ควรรับเป็นบุตรบุญธรรมและไม่มีบุตร

อ่านต่อได้ที่ ทะเบียนสมรส การทำความเข้าใจกับขั้นตอนต่างๆในการรับบุตรบุญธรรม